Alloy Solutions Asia Company Policy Policy Version: V1
ยินดีต้อนรับ ลงชื่อเข้าใช้งาน

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)
บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเชีย จำกัด และกลุ่มบริษัท

      บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเชีย จำกัด ตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแล และให้ความคุ้มครองต่อข้อมูลส่วนบุคคล ของลูกค้า คู่ค้า คู่สัญญา และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นสำคัญ ดังนั้น บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(Privacy Policy) นี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ และรายละเอียดดังต่อไปนี้

หลักการ และความสำคัญของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

      เพื่อให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการดูแล และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปอย่างรัดกุม มีประสิทธิภาพ ตลอดจนสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” บริษัทฯจึงได้กำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าบริษัทฯ มีนโยบายการจัดเก็บ และดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม รัดกุม รวมทั้งแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียด วัตถุประสงค์ ที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

      ทั้งนี้บริษัทจะไม่กระทำการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น หรือ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” หรือกฎหมายอื่นอนุญาตให้กระทำได้

คำนิยามสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคล
หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
หมายถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เก็บรวบรวม บันทึก สำเนา จัดระเบียบ เก็บรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ใช้ กู้คืน เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอน รวม ลบ ทำลาย เป็นต้น
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้เยาว์
หมายถึง บุคคลผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย หรืออายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
บริษัท
หมายถึง บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเชีย จำกัด และกลุ่มบริษัท ปรากฏตาม เอกสารแนบท้าย

ขอบเขตการบังคับใช้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

      นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะมีขอบเขต และผลบังคับใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทมีการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผย และครอบคลุมถึงบทบาท สิทธิ และหน้าที่ของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น อันได้แก่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมไปถึงพนักงานของบริษัท คู่ค้า คู่สัญญา หรือบุคคลภายใน และนอกบริษัท ที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนบริษัท หรือมีหน้าที่ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้สัญญาและเงื่อนไขที่มีกับบริษัท หรือเพื่อเป็นการให้การสนับสนุนการดำเนินงาน หรือกระบวนการทางภาครัฐ

      นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า คู่สัญญา ผู้ติดต่อกับบริษัท รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่บริษัทมีการเก็บรวบรวมข้อมูล และ/หรือประมวลผลข้อมูล และ/หรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลดังข้างต้นนี้ โดยไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะกระทำโดยพนักงาน เจ้าหน้าที่ของบริษัท รวมไปถึงคู่สัญญา หรือบุคคลภายนอกที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทน หรือกระทำในนามของบริษัท และหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในด้านการให้บริการระบบงาน สินค้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กับบริษัท เช่น ระบบ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ที่ปรึกษา หรือบริการอื่น ๆ ภายใต้ขอบเขตของสัญญา คำสั่ง หรือหน้าที่รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท หรือเพื่อการปฏิบัติตามคำสั่ง หรือคำขอที่ชอบด้วยกฎหมาย

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

      สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทมีการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น บริษัทอาจได้มาจากช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  • ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางต่าง ๆ เช่น การลงนามในสัญญา เอกสาร ทำแบบสำรวจ ใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการ ขั้นตอนการสมัคร ลงทะเบียน รวมถึงช่องทางให้บริการอื่นที่ควบคุมโดยบริษัท หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดต่อกับบริษัท ณ ที่ทำการหรือผ่านช่องทางติดต่ออื่นที่ควบคุมโดยบริษัท
  • เว็บไซต์ของบริษัท และบริษัทในเครือ
  • เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) เช่น Line, WhatsApp, WeChat, Facebook, TIKTOK, LinkedIn และอื่น ๆ
  • อีเมล
  • โทรศัพท์
  • แบบฟอร์ม นามบัตร การสมัครงาน และเอกสารอื่น ๆ
  • ช่องทางอื่น ๆ

      ทั้งนี้ รวมถึงกรณีที่เป็นการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกแก่บริษัท ซึ่งท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายนี้หรือประกาศของผลิตภัณฑ์หรือบริการตามแต่กรณี ให้บุคคลดังกล่าวทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลนั้นหากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลแก่บริษัท

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม

      บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ก็ต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมจากท่านแล้วเท่านั้น ยกเว้นในกรณีที่ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” หรือกฎหมายอื่นอนุญาตให้กระทำได้ ทั้งนี้บริษัทจะขอความยินยอมในการดำเนินการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นลายลักษณ์อักษร หรือผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีดังกล่าวได้ โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยนั้น มีดังนี้

  1. 1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
    1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง และอื่น ๆ
    2. ข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Line, WhatsApp, WeChat, Facebook, Twitter, Instagram, TIKTOK, LinkedIn และอื่น ๆ
    3. ข้อมูลประวัติส่วนตัว เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และอื่น ๆ
    4. ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน เช่น Username สำหรับเข้าใช้งานระบบของบริษัท ประวัติการใช้งานระบบของบริษัท
    5. ข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น รายละเอียดข้อมูลบัญชีธนาคาร รายละเอียดข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลบันทึกรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร ประวัติการซื้อ-ขาย สลิปเงินเดือนและรายได้ เอกสารใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และอื่น ๆ
    6. ข้อมูลเอกสาร หรือหลักฐานที่ระบุตัวตน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบอนุญาตขับรถ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาบัญชีธนาคาร เลขทะเบียนรถ และอื่น ๆ
    7. ข้อมูลระบบเครือข่าย และอินเตอร์เน็ต เช่น เลข IP Address, คุกกี้(Cookie), Activity Log และอื่น ๆ
    8. ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ภาพถ่าย คลิปวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว รวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่หมายความตาม “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562”
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

    เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อท่านในทำนองเดียวกันตามที่ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” กำหนดไว้

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทอาจจะดำเนินการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน หรือมีฐานทางกฎหมายที่อนุญาตให้ดำเนินการได้ โดยบริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ต่อไปนี้

  1. ผู้ใช้บริการ ลูกค้า คู่ค้า หรือคู่สัญญาของบริษัท

    ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ใช้บริการ ลูกค้า คู่ค้า หรือคู่สัญญาของบริษัท บริษัทอาจมีการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางส่วน หรือทั้งหมด โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เครือข่ายสังคมออนไลน์ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน รายละเอียดข้อมูลบัญชีธนาคาร รายละเอียดข้อมูลบัตรเครดิต เป็นต้น
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น ศาสนา เป็นต้น
    3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
      1. เพื่อใช้ในกิจกรรมทางการขาย และการตลาดของบริษัท เช่น การนำเสนอสินค้า และบริการ รวมไปถึงการแจ้งข่าวสาร และโปรโมชั่นต่าง ๆ ของบริษัท เป็นต้น
      2. เพื่อใช้ในการออกเอกสาร และจัดส่งใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี
      3. เพื่อใช้ในการพิจารณาอนุมัติวงเงินเครดิต
      4. เพื่อใช้ในการขึ้นทะเบียนลูกค้าในระบบของบริษัท
      5. เพื่อใช้ในการติดต่อประสานงาน ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อ จัดจ้าง รวมไปถึงกระบวนการชำระเงิน การเคลม หรือคืนสินค้า และอื่น ๆ
      6. เพื่อใช้ในกระบวนการจ่าย และรับชำระเงิน ทั้งการตรวจสอบยอดจ่าย-รับชำระเงิน ตลอดจนการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สรุปภาษีซื้อ-ภาษีขาย(ภ.พ.30)
      7. เพื่อใช้ประกอบในการทำสัญญา หรือข้อตกลง รวมถึงใช้ในการปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลง ตลอดจนเพื่อใช้อ้างอิง หรือเป็นหลักฐาน ในกรณีที่บริษัทมีการทำสัญญา หรือข้อตกลงใด ๆ กับท่าน
      8. เพื่อใช้ในการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
    4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บริษัทไม่มีนโยบายในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่านแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามหากบริษัทมีความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่านบริษัทจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายเท่านั้น
    5. การส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนนี้บางส่วนหรือทั้งหมด ให้กับบริษัท และ/หรือตัวแทน ที่เป็นคู่สัญญากับบริษัทในการดำเนินการทำประกันวงเงินเครดิต สถาบันการเงิน ผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี ตัวแทน/หน่วยงานหรือคู่สัญญาของบริษัทที่ให้บริการด้านต่าง ๆ เช่นบริการปรึกษาด้านกฎหมาย หรือบริการการรับ-ส่งเอกสาร รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเช่น กรมสรรพากร เป็นต้น
    6. การส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บริษัทไม่มีนโยบายในการการส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่านแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากบริษัทมีความจำเป็นต้องส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่านบริษัทจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายเท่านั้น
  2. บุคคลที่อยู่ในพื้นที่สำนักงาน หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่เป็นของบริษัท

    กรณีเป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่สำนักงาน หรือพื้นที่ที่เป็นของบริษัทด้วยสาเหตุใดก็ตาม บริษัทอาจมีการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางส่วน หรือทั้งหมด ตามความจำเป็น โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วีดีโอ([บันทึกภาพ และเสียง) เป็นต้น
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วีดีโอ([บันทึกภาพ และเสียง) ที่อาจเข้าข่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตาม “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562”
    3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
      1. เพื่อใช้ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับท่าน และทรัพย์สินของท่านในบริเวณพื้นที่ของบริษัท
      2. เพื่อใช้ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับทรัพย์สินของบริษัท
      3. เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ
      4. เพื่อใช้ระงับข้อพาท ข้อร้องทุกข์ ในกรณีที่มี่ข้อพิพาทหรือข้อร้องทุกข์ และ/หรือเพื่อสนับสนุนกระบวนการทางด้านระเบียบ วินัย ข้อบังคับของบริษัท
    4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
      1. เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ
    5. การส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ให้กับหน่วยงานทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องในกณีที่มีเหตุจำเป็น หรือเป็นข้อปฏิบัติตามกฎหมาย หรืออาจเปิดเผยให้กับผู้ให้บริการภายนอกเพื่อความจำเป็นในด้านการดูแลรักษาความปลอดภัย หรือระงับอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน หรือระงับข้อพาท ข้อร้องทุกข์ เป็นต้น
    6. การส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ให้กับหน่วยงานทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีเหตุจำเป็น หรือเป็นข้อปฏิบัติตามกฎหมาย หรืออาจเปิดเผยให้กับผู้ให้บริการภายนอกเพื่อความจำเป็นในด้านการดูแลรักษาความปลอดภัย หรือระงับอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน เป็นต้น
  3. บุคคลที่เข้าถึงเว็บไซต์ หรือเทคโนโลยีอื่นของบริษัทที่มีการเก็บข้อมูลคุกกี้ (Cookie)

    กรณีท่านเป็นบุคคลที่เข้าถึงเว็บไซต์ หรือเทคโนโลยีอื่นของบริษัทที่มีการเก็บข้อมูลคุกกี้(Cookie) ของท่าน บริษัทอาจมีการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางส่วน หรือทั้งหมด ตามความจำเป็น โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ข้อมูล หรือพฤติกรรมในการใช้งานเว็บไซต์ หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลที่อาจเข้าข่ายเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตาม “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562”
    3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
      1. เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ประสบการณ์ที่ดี และสมบูรณ์แบบจากการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนารูปแบบ การใช้งาน และการทำงานของเว็บไซต์ให้ตอบสนองต่อการใช้งานมากขึ้น ตลอดจนช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการขาย และการตลาด เช่นการนำเสนอสินค้า และบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เป็นต้น
    4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว
      1. เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ
    5. การส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ให้กับหน่วยงานทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องในกณีที่มีเหตุจำเป็น หรือเป็นข้อปฏิบัติตามกฎหมาย หรืออาจเปิดเผยให้กับผู้ให้บริการภายนอกเพื่อความจำเป็นในการพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น
    6. การส่งต่อ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ให้กับหน่วยงานทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีเหตุจำเป็น หรือเป็นข้อปฏิบัติตามกฎหมาย หรืออาจเปิดเผยให้กับผู้ให้บริการภายนอกเพื่อความจำเป็นในการพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายเท่านั้น

      นอกจากนี้ บริษัทอาจจะดำเนินการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกระบวนการ หรือขั้นตอนอื่นอีก แต่อย่างไรก็ตามบริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนี้

  1. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
  2. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  3. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  4. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  5. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  6. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถและคนเสมือนไร้ความสามารถ

      ในกรณีที่บริษัทอาจจะมีการเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ โอนถ่าย หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ที่มีอำนาจกระทำการแทน หรือดำเนินการตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่สามารถกระทำได้

การส่งต่อหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

      ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางที่บริษัทจะส่งต่อ หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และเป็นไปข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดที่กฎหมายกำหนดไว้

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ในนโยบายฉบับนี้เท่านั้น เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ด้วยเหตุอื่นใด เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือการตรวจสอบกรณีการเกิดข้อพิพาท บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาเกินกว่าที่ระบุ

การให้บริการโดยบุคคลที่สามหรือผู้ให้บริการช่วง

      บริษัทอาจมีการมอบหมาย หรือดำเนินการจ้างบุคคลที่สาม ให้ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทน หรือกระทำในนามของบริษัท โดยอาจเป็นในลักษณะของการให้บริการในด้านต่าง ๆ เช่น การเป็นผู้ดูแลระบบงาน การรับงานบริการช่วงในขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานอื่นใด รวมไปถึงงานจ้างรับ-ส่งเอกสาร หรือเป็นงานในลักษณะการจ้างทำของในรูปแบบอื่น ๆ

      โดยการมอบหมายให้ตัวแทน หรือบุคคลที่สาม ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น บริษัทจะกำหนดให้มีข้อตกลงเป็นเอกสาร เพื่อระบุสิทธิและหน้าที่ของบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และของบุคคลที่สาม ที่บริษัทจัดจ้าง หรือมอบหมายในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกำหนดรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ ขอบเขต และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวแทน หรือบุคคลที่สามจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

      ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการมอบหมายให้ผู้ให้บริการช่วง(ผู้ประมวลผลช่วง) ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะกำกับให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีเอกสารข้อตกลงระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประมวลผลช่วงในรูปแบบและมาตรฐานที่ไม่ต่ำกว่าข้อตกลงระหว่างบริษัทกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทได้จัดทำ และ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัท หรือเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

การเชื่อมต่อเว็บไซต์หรือบริการภายนอก

      ในบางกรณี เว็บไซต์ บริการ หรือช่องทางการติดต่อของบริษัท อาจมีการลิงค์ไปยังเว็บไซต์ บริการ หรือช่องทางการติดต่อของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งอาจมีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน ทั้งนี้บริษัทขอให้ท่านศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์ หรือผู้ให้บริการรายนั้น ๆ อย่างครบถ้วน ก่อนเข้าใช้บริการ ทั้งนี้บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทไม่มีความเกี่ยวข้อง และไม่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแล รับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการนั้น ๆ แต่อย่างใด ตลอดจนบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำ และความเสียหายที่เกิดจากเว็บไซต์ หรือบริการนั้น ๆ ทั้งสิ้น

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

      “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” ได้กำหนดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง ดังนี้

  1. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม อย่างไรก็ตามบริษัทอาจจะปฏิเสธการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่น
  2. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ในกรณีที่ท่านพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไข เพื่อให้มีความถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันได้
  3. สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ ตลอดจนขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
  4. สิทธิในการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ต่อไป โดยให้เป็นไปตามที่ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” กำหนดไว้
  5. สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจดำเนินการขอให้บริษัท ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
    1. เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
    2. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
    3. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
    4. เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  6. สิทธิในการขอถอนความยินยอม ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แก่ บริษัท ในการเก็บรวบรวม ใช้ ส่งต่อหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรักษาไว้โดยบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายกำหนดให้บริษัทจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป
  7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ ส่งต่อ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย

      ทั้งนี้ความมีส่วนร่วมหรือสิทธิในการเข้าถึง และ/หรือ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยแจ้งคำร้องผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัท เช่น Call Center, อีเมล สำนักงาน หรือเว็บไซต์ของบริษัท โดยบริษัทจะดำเนินการแจ้งถึงความมีอยู่ และรายละเอียดของข้อมูลส่วนบุคคล ดังกล่าวแก่ท่าน หากท่านเห็นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นปัจจุบัน ท่านสามารถแจ้งแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงท่านมีสิทธิขอให้บริษัทเคลื่อนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน คัดค้าน การประมวลผล ขอให้ระงับการใช้ หรือดำเนินกำรลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทอาจมีสิทธิปฏิเสธ หรือจำกัดสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ตามที่กฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคลกำหนด โดยบริษัทจะพยายามตอบกลับคำขอที่ โดยชอบด้วยกฎหมายของท่านภายในเวลา 30 วัน แต่ในบางกรณีอาจใช้เวลามากกว่า 30 วัน หากคำขอของท่านมี ความซับซ้อน หรือท่านยื่นคำขอหลายคำขอ ในกรณีนี้ บริษัทจะแจ้งท่านและรายงานความคืบหน้าของกรณีให้ท่านทราบ

การปรับปรุงแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทอาจมีการดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติม หรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ซึ่งบริษัทจะประกาศให้ท่านทราบบนเว็บไซต์ https://www.doorandwindow.asia/privacy-policy พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด ทั้งนี้บริษัทแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายนี้เป็นประจำ โดยการที่ท่านใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเว็บไซต์ของบริษัทต่อไปหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวจะถือว่าท่านยอมรับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว

การติดต่อสอบถาม หรือใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

      หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีความประสงค์จะแก้ไข ลบข้อมูล ใช้สิทธิ หรือติดต่อเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กรุณาติดต่อผ่านช่องทางตามรายละเอียดด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อ

ที่อยู่: 905/7 ถนนพระราม 3 ซอย 51 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
เบอร์โทรศัพท์ : 02-683-4900
Email : pdpa@alloysolutions.asia

ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565
  ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับทุกเงื่อนไข